ThaiEnglish (UK)

ประวัติความเป็นมาของปาล์มน้ำมัน


1. พื้นที่ที่มีการปลูกปาล์มน้ำมันของโลก

สภาพอากาศร้อนชื้น ได้แก่ กลุ่มประเทศในบริเวณเส้นศูนย์สูตร โดยปาล์มใน้ำมันมีการกระจายอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ °16 เหนือ และเส้นรุ่งที่ °18 ใต้ โดย 90% ของประเทศที่ปลูกปาล์มน้ำมันจะอยู่ระหว่างเส้นรุ่งที่ 10° เหนือใต้



ปาล์มน้ำมันเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีอายุยืนยาว แพร่กระจายพันธุ์ปลูกอยู่ในเขตภูมิอากาศร้อนชื้น มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา ประกอบด้วยปาล์มน้ำมัน 2 ชนิดคือ Elaeis oleifera ให้ผลผลิตและน้ำมันน้อย แต่ต้านทานโรค มักใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ และ Elaeis guineensis Jacq ซึ่งปัจจุบันปลูกเพื่อการค้า ลักษณะของปาล์มน้ำมัน E.guineensis ให้ผลผลิตต่อทะลายสูง มีน้ำหนักผล ให้น้ำมันสูง




2. จุดเริ่มต้นปาล์มน้ำมันในทวีปเอเชีย

ปาล์มน้ำมันเข้ามาในทวีปเอเซีย โดยชาวโปรตุเกส เริ่มปลูกที่สวนพฤกษศาสตร์ เมืองโบกอร์ ประเทศอินโดนิเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2391 เริ่มปลูกเป็นการค้าครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2454 ในประเทศมาเลเซีย ได้มีการปลูกปาล์มน้ำมันครั้งแรกที่สวนพฤกษศาสตร์และมีการค้นคว้าวิจัย เริ่มปลูกเป็นการค้าครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2460
ปัจจุบันมาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นประเทศผู้ผลิต
ปาล์มน้ำมัน รายใหญ่ที่สุดของโลก (84%) และมีพื้นที่ปลูกปาล์มาน้ำมันรวมกันประมาณ 80% ของโลก





3. ปาล์มน้ำมันในประเทศไทย

สำหรับพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันของประเทศไทย ปัจจุบันได้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่ง โดยมีพื้นที่ปลูกทั้งประเทศประมาณ 4.5 ล้านไร่ ผลผลิตผลปาล์มสด 12.24 ล้านตัน ผลิตเป็นน้ำมันปาล์มดิบได้ 2.08 ล้านตัน ซึ่งมีมูลค่าของปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มไม่ต่ำกว่า 92,000 ล้านบาท และแหล่งผลิตที่สำคัญ คือ ภาคใต้ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกคิดเป็นร้อยละ 86 ของประเทศ โดยจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกสูงสุดได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี (24%) รองลงมาได้แก่จังหวัดกระบี่ (23%) ชุมพร (19%) และนครศรีธรรมราช (5%) ตามลำดับ

ยุทธศาสตร์แผนพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม (ปี 2551-2555) โดยคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้ตั้งเป้าการพัฒนาฯ ว่าจะพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มทั้งระบบสำหรับเป็นอาหาร ผลิตภัณฑ์ วิตามินรวมทั้งพลังงาน และจะขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันให้ได้ปีละ 500,000 ไร่ รวม 2,500,000 ไร่ และพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันทดแทนสวนปาล์มเก่าปีละ 100,000 ไร่ รวม 500,000 ไร่

โดยหนึ่งในแนวทางการพัฒนากล่าวถึงการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันเพื่อให้เกิด การสมดุลในระบบการผลิต การตลาดและผู้บริโภค เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบและป้องกันการลักลอบนำน้ำมัน ปาล์มดิบจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ ณ วันนี้ปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดลดลง เกิดปัญหาขาดแคลนผลปาล์มและน้ำมันปาล์มดิบ กระทบกับโรงงานอุตสาหกรรมและผู้บริโภคเพราะราคาปาล์มน้ำมันปาล์มและน้ำมัน ปาล์มปรับตัวสูงขึ้นมาก 

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของพื้นที่ปลูกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมายังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่ได้กำหนดตามแผนพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์ม น้ำมันและน้ำมันปาล์ม ประกอบกับกระทรวงพลังงานได้กำหนดให้มีการใช้พลังงานทดแทนในรูป B100 ที่ใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบ และนโยบายของภาครัฐที่จะเพิ่มการใช้ B100 และพลังงานในรูปแบบใหม่ BHD ดังนั้น จึงนับเป็นสัญญานที่ดี และชี้ให้เห็นว่าตลาดปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มยังขยายตัวได้อีกมาก
 

 


อ้างอิง :
• http://www.ftawatch.org/all/news/35546,
• ทิศทางปาล์มน้ำมันไทย เรียบเรียงโดย วรรณภา เสนาดี